วิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ HIFU(ไฮฟู)
วิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ-HIFU
วิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ HIFU(ไฮฟู)
การทำ ไฮฟู (Hifu) ที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งในหมู่ดารา เน็ตไอดอล และหนุ่มๆ สาวๆ อยู่ในทุกวันนี้ เพราะขึ้นชื่อว่าการทำ ไฮฟู (Hifu) นั้นไม่ต้องใช้เข็มหรือไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าเต่งตึง กระชับ สวยเป๊ะ

ไฮฟู (Hifu) คืออะไร?
ไฮฟู (Hifu) เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงที่พัฒนามาจากอัลตร้าซาวด์ลักษณะเดียวกับที่ใช้ตรวจดูทารกในครรภ์ โดยจะใช้วิธีการยิงคลื่นลงไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวที่ลึกที่สุด คือ SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) เพื่อทำให้ผิวหนังในชั้น SMAS หดตัวและทำให้ไขมันแตกตัว จึงช่วยลดริ้วรอย กระชับผิวที่หย่อนคล้อย ยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวเต่งตึง อ่อนเยาว์ กรอบหน้าชัด หน้าเรียว หน้า V-shape มากขึ้นโดยไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น การทำ ไฮฟู (Hifu) เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้มีริ้วรอยและปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ทำ ไฮฟู (Hifu) แล้วได้อะไร?
ผิวยกกระชับอย่างเห็นได้ชัด แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยคล้ายการดึงหน้า รูปหน้าให้เรียวขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้นผิวหน้าอ่อนเยาว์เต่งตึง เพราะ ไฮฟู (Hifu) จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น บริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม ร่องปาก หางตา ฯลฯ แก้ปัญหาน้ำหนักเกินและไขมันที่สะสมบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน สะโพก หลัง ต้นขา น่อง เป็นต้น กระชับไขมันบริเวณแก้ม เหนียง คาง ยกมุมปาก ร่องแก้ม หางคิ้ว แนวคิ้ว หางตา ผิวใต้ตาอิ่มฟูขึ้น ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ


ไฮฟู (Hifu) ทั่วทั้งตัว ได้ผลทุกส่วนจริงหรือไม่ ?
สามารถยิงได้ทุกบริเวณที่เราต้องการให้กระชับขึ้นครับ โดยจะมีหัวที่ยิงหลากหลายตามระดับความลึกของผิวในบริเวณนั้นๆ จุดที่ยิงแล้วเห็นผลชัดเจนแยกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ใบหน้า – เหนียง คอ ร่องมุมปาก ร่องแก้ม พวงแก้ม ใต้ตา หน้าผาก เปลือกตาบน และกรอบหน้า ร่างกาย – ต้นแขน ต้นขา เอว หน้าท้อง และสะโพก

วิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลัง การทำ Hifu
ก่อนทำ ไฮฟู (HIFU)
  • ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะจะช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่ให้เป็นไปได้ด้วยดี
หลังทำ ไฮฟู (HIFU)
  • สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เสริมจากเดิมเพื่อป้องกันแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดกลางแจ้งสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูของคอลลาเจนใต้ผิว
  • หากมีอาการเมื่อยหรือตึงผิวก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • ไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรงๆ
  • ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก prangtipclinic


*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล*